โรคอัณฑะอักเสบ เป็นโรคที่เกิดการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย จากอวัยวะใกล้เคียงนำพามาสู่อัณฑะได้ ซึ่งใครหลายคนอาจจะยังคงไม่คุ้นหรือยังไม่เคยได้ยิน ไม่เคยรู้จักโรคอัณฑะอักเสบมาก่อน แต่เราควรที่จะรู้รายละเอียดของโรคนี้ไว้เพื่อป้องกันตนเองจากโรคนี้โดยเฉพาะสุภาพบุรุษ แต่สุภาพสตรีก็ควรรู้ไว้เป็นความรู้ติดตัวเผื่อได้นำไปใช้ อาการของโรคอัณฑะอักเสบ คือ มีอาการมีไข้ ปวดอัณฑะที่บวมแดงอยู่เพียงข้างเดียวหีืออาจจะสองข้างก็ได้ เช่นการติดเชื้อจากทางเดินปัสสาวะมาก่อนการเป็นอัณฑะอักเสบ หรือหารแพร่กระจายเชื้อมายังเลือด หรือเคยเป็นคางทูมมาก่อน เป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อน โรคอัณฑะอักเสบ จะทำให้อัณฑะสร้างน้ำอสุจิได้จำนวนน้อยลง ไม่มีคุณภาพ และยังมีการฝ่อของลูกอัณฑะถึงขั้นเป็นหมันได้ การรักษาโรคอัณฑะอักเสบ บางรายอาจจะมีการหายไปเองใน 3-4 วัน แต่หากยังไม่หายเองต้องไปพบแพทยื เพราะอาจจะมีหนองไหลออกมาด้วย แพทย์จึงจะให้ยาปฏิชีวนะ หรือบางรายอาการหนักถึงต้องผ่าตัดก็ได้ เพราะฉะนั้นโรคอัณฑะอักเสบเป็นโรคที่อันตรายและน่ากลัวโรคหนึ่งที่เราควรจะป้องกันตนเองและหลีกเลี่ยงภาวะเสี่ยงของโรคนี้เพราะอันตรายถึงขั้นเป็นหมันในเพศชาย ทำให้ไม่สามารถสืบสกุลได้อีก จึงควรไปพบแพทย์อย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้อาการหนักจนเกินรักษาได้

สำหรับคนที่เต็มไปด้วยความรัก หน้าตา ผิวพรรณ ก็จูดสดใส จิตใจร่าเริงเบิกบาน พูดจาดี ทำดี คิดดี ซึ่งคุณเชื่อหรือไม่ว่าความรักช่วยบำบัดโรคต่างๆได้ตัวอย่างเช่น โรคต่อไปนี้

1. โรคสมองเสื่อม

ความรัก และ การสมผัส จะช่วยกระตุ้นเซลล์ประสาทในสมองที่มีอยู่เต็มไปหมดให้เกิดการเติบโต และกลับมาทำงานดีขึ้น เพราะโรคสมองเสื่อมมักจะขาดน้ำหล่อเลี้ยง และการเชื่อมโยงกันของเซลล์ ดังนั้น การกอด การนวด การสัมผัส โดยความจริงใจ สัมผัสที่มาจากความรักจะเป็นการช่วยกระตุ้นเซลล์สมองให้กลับมาทำงานดีขึ้นอีกครั้งและจะแตกออกไปได้ถ่วนทั่วสมองเหมือนรากแก้วของต้นไม้ โดยผู้ป่วยจะเกิดความคิดใหม่ๆขึ้นมากมาย ซึ่งความรู้สึกเหงา เฉยชา จะถูกกำจัดออกไป

2. โรคถูมิแพ้

โรคภูมิแพ้จะมีอาการกำเริบเมื่อร่างกายเกิดความเครียด เช่นในช่วงเวลาก่อนสอบ มีงานเร่งๆ นอนดึก กินเยอะ อกหัก เป็นต้น ภูมิแพ้มีได้ตั้งแต่การแพ้ขึ้นจมูก เครียดลงลำไส้ลงกระเพาะทำให้ท้องอืด หรือ มีอาการคล้ายกับคนท้องเสีย บางทีก็เครียดลงผิวทำให้ เกิดผดผื่นขึ้น การบำบัดด้วยรักจะช่วยบรรเทาได้ โดยเฉพาะรักที่บริสุทธิ์ รักที่ไม่หวังผลอะไร

3. โรคซึมเศร้า

โรคซึงเศร้าคือโรคที่ สารเคมีแห่งความสุขที่มีชื่อว่า “ซีโรโทนิน” ร่วมกับการขาด “วิตามินดี” ซึ่งมีส่วนช่วยให้อารมณ์ดี ซึ่งกิจกรรมแห่งความรัก จะช่วยเพิ่มซีโรนินในสมองให้เยอะขึ้น กิจกรรมที่ว่าก็อย่างเช่น การออกกำลังกาย การออกไปปิคนิค ไปเที่ยวทะเลย ทำกับข้าวด้วยกัน ดูรูปถ่ายแห่งความหลัง ถ้าในผู้สูงอายุได้ลูกหลานมาบีบนวดให้ก็จะเป็นการช่วยได้มากเลยทีเดียว

โรคไส้ติ่งอักเสบ เป็นโรคทั่วไปที่ใครๆ ก็คุ้นเคยจากคนรอบข้างหรือตนเองที่เคยเป็น โรคไส้ติ่งอักเสบไม่ใช่โรคที่ร้ายแรง เป็นได้ในทุกเพศ ทุกวัย สามารถรักษาได้ แต่หากปล่อยไว้นานก็เป็นอันตรายต่อชีวิตได้เนื่องจากไส้ติ่งแตก หากมีอาการปวดท้องมากๆ ควรรีบไปพบแพทย์ก่อนเพื่อความปลอดภัยแก่ตัวเราเอง อาการของโรคไส้ติ่งอักเสบ คือ จะมีอาการปวดท้องด้านล่างขวาหรือท้องน้อย ลักษณะของท้องจะแข็งแน่น แต่บางรายก็อาจจะเริ่มปวดที่สะดือก่อนแล้วจึงย้ายมาปวดที่ท้องน้อยด้านขวา จะมีอาการปวดมากๆ ซึ่งแตกต่างจากอาการปวดท้องปกติทั่วไป มีอาการคลื่นไส้ มีไข้ หากปล่อยไว้นานไม่ยอมไปพบแพทย์จะทำให้ไส้ติ่งแตกจนเป็นปัญหาต่อเยื้อบุช่องท้องอักเสบ เพราะเชื้อโรคที่อยู่ในไส้ติ่งจะมาเกาะติดอวัยวะอื่นๆ ในช่องท้อง สำหรับการวินิจฉัยโรคไส้ติ่งอักเสบ คือการเจาะเลือดดูปริมาณเม็ดเลือดขาว ถ้าเม็ดเลือดขาวสูงมากกว่าปกติจึงต้องทำการผ่าตัดไส้ติ่งออก ซึ่งไม่มีผลต่อร่างกาย เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ควรประมาท หากมีอาการข้างต้นควรรีบไปพบแพทย์ ไม่ควรรอให้อาการหนักจนไส้ติ่งแตกซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตเป็นอย่างมาก และที่สำคัญควรดูแลเรื่องการทานอาการที่มีผลต่อไส้ติ่ง เช่น การทานเม็ดฝรั่ง ซึ่งจะทำให้ไปสะสมในไส้ติ่งจนทำให้ไส้ติ่งแตกได้ในสักวันหนึ่ง

การปลูกถ่ายหัวใจเป็นการผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนหัวใจ ซึ่งหัวใจที่เปลี่ยนนั้นต้องใช้หัวใจคนปกติ ที่แข็งแรง ปราศจากโรคต่างๆ ซึ่งอาจจะเสียชีวิตกะทันหันหรืออุบัติเหตุ นำมาปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วยที่มีปัญหาต้องผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจ ซึ่งการปลูกถ่ายหัวใจนั้นก็ปลูกถ่ายในตำแหน่งเดิมของหัวใจซึ่งจะถูกผ่าออกไปแล้ว แต่ในปัจจุบันการปลูกถ่ายหัวใจก็เจอกับปัญหาการขาดแคลนหัวใจเพื่อการปลูกถ่ายหัวใจ เทคนิคการปลูกถ่ายหัวใจในปัจจุบันดีขึ้นเป็นอย่างมากถ้าเทียบกับสมัยก่อนถึงร้อยละ 80 ของผู้ป่วยที่ทำการปลูกถ่ายหัวใจนั้นสามารถอยู่รอดได้ถึง 1 ปี ร้อยละ 70 อยู่รอดได้ถึง 5 ปี ร้อยละ 50 อยู่รอดถึง 10 ปี และร้อยละ 15 อยู่รอดได้ถึง 20 ปี ซึ่งผู้ป่วยที่ทำการปลูกถ่ายหัวใจแล้วนั้นสามารถใช้ชีวิตได้อย่างใกล้เคียงกับปกติมาก แต่ก็ยังมีร้อยละ 40 ที่สามารถกลับไปทำงานตามเดิมได้ สำหรับแพทย์ที่วินิจฉัยให้ทำการปลูกถ่ายหัวใจนั้นต้องทำการต่อคิวรอหัวใจใหม่ ที่ยังคงขาดแคลนในปัจจุบัน อีกทั้งยังต้องได้รับการดูแลจากจิตแพทย์เพื่อป้องกันปัญหาที่ตามมา คือ ปัญหาของสภาพจิตใจของผู้ป่วย และยังต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ทีมผ่าตัดการปลูกถ่ายหัวใจอยู่ตลอดเวลา เพราะไม่สามารถจะกำหนดระยะเวลาที่แพทย์จะได้หัวใจดวงใหม่มาได้อย่างชัดเจนแน่นอน เพราะฉะนั้นผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจล้มเหลว จำเป็นต้องทำการปลูกถ่ายหัวใจเพราะวิธีการรักษาโรคนี้ล้วนแต่ดื้อต่อการรักษานอกจากการปลูกถ่ายหัวใจ แต่การปลูกถ่ายหัวใจก็มีข้อห้าม ข้อปฏิบัติ หรือข้อยกเว้นอยู่มากมายที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยในตัวผู้ป่วยเองและแพทย์ก็เป็นคนรับผิดชอบคนไข้อย่างรอบคอบ

ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ การที่มีดวงตาสุกใส แวววาว เป็นอะไรที่น่ามอง และน่าดึงดูต่อเพศตรงข้ามหรือเพศเดียวกันเป็นที่สุด วันนี้เราเลยมีเคล็ดลับในการบำรุงรักษา การดูแลดวงตาให้สุกใส แวววาว อยู่เสมอ มาบอกกันค่ะ

เคล็บไม่ลับอยากบอก

  1. เมื่อต้องใช้สายตาในการทำงาน อ่านหนังสือ หรือจ้องเพ่งมองอะไรเป็นเวลานานๆ ให้หมั่นคลึงบริเวณเปลือกตาทุก 3 ชั่วโมง
  2. ถ้ามีการแต่งหน้า หรือ เขียนขอบตา เวลาทำความสะอาดให้ทะความสะอาดให้หมดจดและให้สะอาดที่สุดทุกๆครั้ง หรือใช้ครีมทำความสะอาดดวงตาก่อนจะล้างหน้าทุกครั้ง
  3. ในทุกๆ 2 สัปดาห์ให้หาเวลาว่างๆ หั่นแตงกวาเป็นชิ้นบาง แช่เย็นๆมาปิดบริเวณเปลือกตา เพื่อเป็นการบำรุงผิวรอบๆดวงตา เพิ่มความชุ่มชื้น ลดอาการบวม และรอยหมองคล้ำให้ดูจางลงได้
  4. เวลาอ่านหนังสือ ให้อ่านในที่ๆมีแสงสว่างที่เพียงพอต่อดวงตา โดยไม่มือหรือสว่างจนเกินไป
  5. อายแชโดว์ อายไลน์เนอร์ หรือ มาสคารา คุณภาพต่ำ อาจมีผลทำร้ายดวงตาของคุณได้
  6. เมื่อเกิดอาการคันตา หรือ มีฝุ่นผงเข้าตาให้ลืมตาในน้ำสะอาด แทนการขยี้ตา
  7. รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอเยอะๆ เช่น ผักบุ้ง ชะอม ตำลึง ตับ ไข่แดง ฟักทอง เป็นต้น
  8. ไม่ใช้น้ำยาล้างตาหรือน้ำยาหยอดตาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน