โรคเกาต์ มักจะเป็นในวัยผู้สูงอายุ เรามักจะได้ยินว่า กินยอดไม้ไม่ได้ กินสัตว์ปีกไม่ได้แม้กระทั่งไก่ โดยอาการแรกเริ่มจะปวดบวมแดงร้อนที่ข้อนิ้วมือ หรือข้อนิ้วเท้า หรืออาจจะเป็นข้ออื่นๆ ก็ได้ อาการปวดนั้นจะปวดแบบเฉียบพลัน บางรายอาจจะรุนแรงจนทนไม่ได้ มีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย ชีพจรเต้นเร็ว และทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย เมื่อเกิดอาการแรกเริ่มของโรคเกาต์แล้ว ถ้าหากไม่ไปพบแพทย์ก็จะปวดอยู่ 2-3 วันแล้วจึงจะหายไปเอง แต่อาการบวมยังคงอยู่ 5-7 วัน เมื่ออาการอักเสบเริ่มหาย ผิวหนังตรงที่ปวดจะเริ่มลอกและคัน จากนั้นจึงเข้าสู่สภาวะสงบ จึงทำให้ผู้ป่วยชะล่าใจจึงไม่ไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ทำการรักษา หลังจากเกิดอาการเหล่านั้นมาประมาณอีก 1 ปี จะมีอาการกำเริบที่ตรงบริเวณเดิมแต่จะปวดบ่อยและมากขึ้นกว่าเดิม หรืออาจจะปวดบ่อยทุกเดือนได้ เวลาที่มักจะปวดมากคือ เวลากลางคืน หรือหลังจากการดื่มเหล้า เบียร์ และจะปวดมากขึ้นหลังจากกินอาหารมื้อหนักได้ การรักษาโรคเกาต์ หากผู้ป่วยมาพบแพทย์ตั้งแต่แรก ตรงบริเวณที่ปวดไม่ควรนวดเพราะจะยิ่งทำให้อาการปวดหายช้ายิ่งกว่าเดิม และที่สำคัญควรควบคุมพฤติกรรมการกิน งดทานอาหารจำพวกเครื่องในสัตว์ทุกชนิด เนื้อหมู เนื้อไก่ ปลาซาร์ดีน ปลาไส้ตัน และควรดื่มน้ำให้มากๆ

เพราะเป็นห่วงสุขภาพของเจ้าเหมียวที่คุณรัก โรคมะเร็งของเม็ดเลือดในแมว เป็นโรคที่สำคัญมากที่ทำให้แมวเสียชีวิตได้ เพราะฉะนั้นเราควรที่จะศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งของเม็ดเลือดในแมวไว้เพื่อสุขภาพของแมวที่คุณรัก โรคมะเร็งของเม็ดเลือดในแมว มักจะเป็นในแมวที่มีอายุน้อยหรือแมวเด็ก เชื้อไวรัสจะไปกดระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดมะเร็งได้หลายรูปแบบและยังกดไขกระดูกทำให้พบกลุ่มอาการที่เกี่ยวกับการสร้างเม็ดเลือดได้ ไม่ว่าจะเป็น โลหิตจาง เม้ดเลือดขาวลดลง หรือเกร็ดเลือดมีความผิดปกติ อีกทั้งแมวที่ติดเชื้ออาจจัยังไม่แสดงอาการทันทีที่ติด อาจจะแสดงอาการหลังจากติดเชื้อ1ปีหรือหลายปี แต่แมวบางตัวที่แข็งแรงและมีภูมิคุ้มกันเป็นอย่างดีจะเป็นแล้วสามารถหายได้เอง แต่หากมีการติดเชื้ออย่างรุนแรงและถาวรก็จะทำให้แมวเสียชีวิตได้ในที่สุด สำหรับแมวที่ป่วยหรืออ่อนแอจะติดเชื้อจากโรคนี้ได้ง่ายกว่าแมวปกติ อาจจะติดทางน้ำลายจากการแต่งขนให้กันของเจ้าเหมียว นอกจากนี้ยังพบว่าสามารถติดเชื้อได้ทางรกและน้ำนม รวมถึงการให้เลือด การดูแลรักษาโรคมะเร็งของเม็ดเลือดในแมว คือ เบื้องต้นจะเริ่มรักษาตามอาการของแมว ลดอาการของโรคและต้องทำให้ยืดอายุแมวป่วยออกไป ควรลดการถูกสัมผัสเชื้อนี้ในแมว และที่สำคัญที่สุดควรทำวัคซีนให้แมวเพื่อแมวที่คุณรัก

โรคหิด หิดคือแมลงที่มีลักษณะเล็กมาก มี 8 ขา มักจะชอบอาศัยอยู่ตามผิวหนังและมีวงจรชีวิตอยู่ได้แค่ประมาน 4-6 สัปดาห์ สำหรับผู้สูงอายุมักจะมีอาการเป็นผื่นสะเก็ดหนา เพราะตัวหิดมาอาศัยอยู่ที่ใต้ผิวหนังหรือใต้สะเก็ดเป็นจำนวนมาก อาการของโรคหิด คือจะมีอาการตุ่มน้ำและตุ่มหนอง ที่รู้สึกคันมากอยู่ตามบริเวรผิวหนัง รักแร้ นิ้วมือนิ้วเท้าหรือแม้แต่ง่ามมือ ฝ่าเท้า และอวัยวะสืบพันธุ์ อาการคันมักจะกำเริบและเห็นได้ชัดเจนในเวลากลางคืน การรักษาโรคหิด ควรไปพบแพทยืเพื่อให้แพทย์ขูดสะเก็ดเพื่อส่องหาเชื้อด้วยกล้องจุลทรรศน์ เมื่อพบเชื้อจริงๆ แล้วก็จะกำจัดเชื้อด้วยการทายาพวกกำมะถัน โดยการทายานี้จะทาทั้งตัวตั้งแต่ลำคอลงมา ไม่เพียงแต่ทาเฉพาะที่ที่เป็นเท่านั้น แต่ศรีษะตัวหิดมักจะไม่ชอบอยู่จึงไม่เป็นบริเวณศรีษะ และถ้าหากเป็นโรคนี้กันหลายคนที่อยู่ใกล้ชิดกันควรรักษาพร้อมกัน เพราะฉะนั้นควรดูแลรักษาตนเองให้ปราศจากโรคหิดโดยเฉพาะการรักษาความสะอาดผ้าปุที่นอนปลอกหมอน ควรนำไปซักตากให้สะอาดอยู่บ่อยๆ เพื่อป้องกันการเกิดและติดโรคหิดมาสู่ตัวเรา

โรคอัณฑะอักเสบ เป็นโรคที่เกิดการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย จากอวัยวะใกล้เคียงนำพามาสู่อัณฑะได้ ซึ่งใครหลายคนอาจจะยังคงไม่คุ้นหรือยังไม่เคยได้ยิน ไม่เคยรู้จักโรคอัณฑะอักเสบมาก่อน แต่เราควรที่จะรู้รายละเอียดของโรคนี้ไว้เพื่อป้องกันตนเองจากโรคนี้โดยเฉพาะสุภาพบุรุษ แต่สุภาพสตรีก็ควรรู้ไว้เป็นความรู้ติดตัวเผื่อได้นำไปใช้ อาการของโรคอัณฑะอักเสบ คือ มีอาการมีไข้ ปวดอัณฑะที่บวมแดงอยู่เพียงข้างเดียวหีืออาจจะสองข้างก็ได้ เช่นการติดเชื้อจากทางเดินปัสสาวะมาก่อนการเป็นอัณฑะอักเสบ หรือหารแพร่กระจายเชื้อมายังเลือด หรือเคยเป็นคางทูมมาก่อน เป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อน โรคอัณฑะอักเสบ จะทำให้อัณฑะสร้างน้ำอสุจิได้จำนวนน้อยลง ไม่มีคุณภาพ และยังมีการฝ่อของลูกอัณฑะถึงขั้นเป็นหมันได้ การรักษาโรคอัณฑะอักเสบ บางรายอาจจะมีการหายไปเองใน 3-4 วัน แต่หากยังไม่หายเองต้องไปพบแพทยื เพราะอาจจะมีหนองไหลออกมาด้วย แพทย์จึงจะให้ยาปฏิชีวนะ หรือบางรายอาการหนักถึงต้องผ่าตัดก็ได้ เพราะฉะนั้นโรคอัณฑะอักเสบเป็นโรคที่อันตรายและน่ากลัวโรคหนึ่งที่เราควรจะป้องกันตนเองและหลีกเลี่ยงภาวะเสี่ยงของโรคนี้เพราะอันตรายถึงขั้นเป็นหมันในเพศชาย ทำให้ไม่สามารถสืบสกุลได้อีก จึงควรไปพบแพทย์อย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้อาการหนักจนเกินรักษาได้

สำหรับคนที่เต็มไปด้วยความรัก หน้าตา ผิวพรรณ ก็จูดสดใส จิตใจร่าเริงเบิกบาน พูดจาดี ทำดี คิดดี ซึ่งคุณเชื่อหรือไม่ว่าความรักช่วยบำบัดโรคต่างๆได้ตัวอย่างเช่น โรคต่อไปนี้

1. โรคสมองเสื่อม

ความรัก และ การสมผัส จะช่วยกระตุ้นเซลล์ประสาทในสมองที่มีอยู่เต็มไปหมดให้เกิดการเติบโต และกลับมาทำงานดีขึ้น เพราะโรคสมองเสื่อมมักจะขาดน้ำหล่อเลี้ยง และการเชื่อมโยงกันของเซลล์ ดังนั้น การกอด การนวด การสัมผัส โดยความจริงใจ สัมผัสที่มาจากความรักจะเป็นการช่วยกระตุ้นเซลล์สมองให้กลับมาทำงานดีขึ้นอีกครั้งและจะแตกออกไปได้ถ่วนทั่วสมองเหมือนรากแก้วของต้นไม้ โดยผู้ป่วยจะเกิดความคิดใหม่ๆขึ้นมากมาย ซึ่งความรู้สึกเหงา เฉยชา จะถูกกำจัดออกไป

2. โรคถูมิแพ้

โรคภูมิแพ้จะมีอาการกำเริบเมื่อร่างกายเกิดความเครียด เช่นในช่วงเวลาก่อนสอบ มีงานเร่งๆ นอนดึก กินเยอะ อกหัก เป็นต้น ภูมิแพ้มีได้ตั้งแต่การแพ้ขึ้นจมูก เครียดลงลำไส้ลงกระเพาะทำให้ท้องอืด หรือ มีอาการคล้ายกับคนท้องเสีย บางทีก็เครียดลงผิวทำให้ เกิดผดผื่นขึ้น การบำบัดด้วยรักจะช่วยบรรเทาได้ โดยเฉพาะรักที่บริสุทธิ์ รักที่ไม่หวังผลอะไร

3. โรคซึมเศร้า

โรคซึงเศร้าคือโรคที่ สารเคมีแห่งความสุขที่มีชื่อว่า “ซีโรโทนิน” ร่วมกับการขาด “วิตามินดี” ซึ่งมีส่วนช่วยให้อารมณ์ดี ซึ่งกิจกรรมแห่งความรัก จะช่วยเพิ่มซีโรนินในสมองให้เยอะขึ้น กิจกรรมที่ว่าก็อย่างเช่น การออกกำลังกาย การออกไปปิคนิค ไปเที่ยวทะเลย ทำกับข้าวด้วยกัน ดูรูปถ่ายแห่งความหลัง ถ้าในผู้สูงอายุได้ลูกหลานมาบีบนวดให้ก็จะเป็นการช่วยได้มากเลยทีเดียว