AHA คืออะไร

AHA คือ กรดที่สกัดมาจากผลไม้ เช่น กรดซิตริก ในมะนาว ,กรดมัลลิ ในแอปเปิ้ล ,กรดแล็กติก ในนมเปรี้ยว ,กรดทาลิก ในมะขาม โดย AHA มีชื่อเต็มๆว่า ” Alpha Hydroxy Acid ” ซึ่นในปัจจุบันมีการนำ AHA มาประยุกต์ใช้ในผลิตณ์บำรุงผิวอย่างแพร่หลาย

ประโยชน์ของ AHA

– ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดเร็วขึ้น ช่วยให้หน้ากระจ่างใสขึ้น
– ช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างเซลล์ผิวใหม่เร็วขึ้น
– ช่วยลดความมันบนใบหน้า
– ลดปัญหาการเกิดสิวอุดตัน และ สิวเสี้ยน
– ลดจุดด่างดำบนใบหน้า
– ช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียน
– เติมคอลาเจนให้กับผิว

โทษของ AHA

– กรด AHA จะทำให้ผิวบาง ซึ่งจะไวต่อแสงแดด
– AHA ที่มีความเข้มสูงเกินไปอาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้
– ควรระวังอย่าให้กรดเข้าตา
– บริเวณผิวที่ถูกโกนใหม่ไม่ควรทา AHA
– ถ้ามีแผลสดอยู่ ก็ควรระวังอย่าให้เข้าแผล
– เสี่ยงต่อการเป็น ฝ้า กระ และ มะเร็งผิวหนังสูง เพราะกรด AHA จะผลัดเอาผิวชั้นนอกออก ผิวจึงขาดการปกป้อง

AHA ที่ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว จะมีความเข้มข้นอยู่ประมาณ 5 เปอร์เซนต์ ซึ่งมีผลช่วยบำรุงหน้าเพียงเล็กน้อยหรือแทบจะไม่มีผลเลยด้วยซ้ำ ถ้าอยากจะได้ผลจริงต้องใช้กรดที่มีความเข้มข้น ประมาณ 10 – 60 เปอร์เซนต์ขึ้นไป แต่กรดที่เข้มข้นแทนที่จะช่วยบำรุงหน้าอาจจะกลายเป็นการทำให้หน้าพังแทนก็ได้เพราะฉนั้นในการใช้ AHA เข้มข้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้งานจะปลอดภัยและดีกับผิวที่สุด

โรคอีสุกอีใส เกิดจากเชื้อไวรัส วาริเซลลา ซอสเตอร์หรือฮิวแมนเฮอร์ปีสไวรัส ทัยป์ 3 เป็นเชื้อตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคงูสวัด แต่เมื่อเป็นโรคอีสุกอีใสแล้วเชื้อจะไปฝังตัวอยู่ที่ใต้ปมประสาทอยู่บริเวณใต้ผิวหนังเพื่อรอเวลาที่ร่างกายอ่อนแอหรือภูมิคุ้มกันโรคต่ำก็จะทำให้เกิดผื่นอย่างเจ็บปวดและคันหรือเรียกว่า โรคงูสวัด

โดยมากแล้วโรคอีสุกอีใสพบมากในเด็กที่มีอายุระหว่าง 5-12 ปี หรือรองลงมาอายุ 1-4 ปี แต่ก็เป็นได้ทุกเพสทุกวัยเช่นกัน แต่ถ้าเป็นในช่วงวัยผู้ใหญ่ก็อาจจะหายช้ากว่าวัยเด็ก เพราะกว่าที่ตุ่มอีสุกอีใสจะยุบตัวลงอีก โรคอีสุกอีใสมักระบาดในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน

การติดต่อของโรคอีสุกอีใส สามารถติดต่อกันได้ง่ายโดยการแพร่เชื้อได้อย่างรวดเร็ว สำหรับคนที่ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสจะได้รับเชื้ออย่างรวดเร็วถ้าหากอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันก็ยิ่งติดเชื้อกันง่ายและเป็นอีสุกอีใสพร้อมๆ กัน ระยะเวลาที่เชื้อติอต่อกันคือ ช่วง 2 วันก่อนขึ้นตุ่มไปจนถึงมีตุ่มขึ้นแล้ว 4-5 วัน หรือมีการไอจามหรือหายใจรดกัน หรือถูกระอองตุ่มน้ำอีสุกอีใส

ดังนั้นจึงควรป้องกันโรคอีสุกอีใสโดยเฉพาะเด็กๆ ที่ติดเชื้อได้ง่ายจากเพื่อนๆ ที่โรงเรียน พ่อแม่จึงควรพาลุกไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส และเมื่อทราบว่ามีผู้ป่วยโรคอีสุกอีใสควรอยู่ให้ห่างและป้องกันการติดเชื้อสู่ร่างกายได้ง่าย

 

แกรมมาโต เป็นกล้วยไม้ของทางภาคใต้ของไทย มีลักษณะของลำต้นที่ใหญ่ตามขนาดของอายุ เวลาออกดอกจะออกดอกเป็นช่อยาว มีหลากหลายสีแต่สีแดงหรือแกรมมาโตแดงมักจะเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายมากกว่าสีอื่นๆ แต่ในการปลูกกล้วยไม้แกรมมาโตนั้นต้องมีเคล็ดลับ ต้องรู้วิธีปลูกและเลี้ยงดูให้ถูกต้องด้วยจะได้ลำต้นสวย ไม่ติดเชื้อรา และออกดอกรวงยาวสวย วิธีการปลูกกล้วยไม้แกรมมาโต ควรปลูกลงกระถางและใช้กาบมะพร้าวเป็นตัวช่วยในการปลูก แต่ไม่แนะนำให้ไปปลูกตามต้นไม้เป็นอย่างยิ่ง ควรปลูกในกระถางมากกว่า ควรหาขนาดกระถางให้ใหญ่ขึ้นด้วยเพราะกล้วยไม้แกรมมาโตนั้นโตไว ออกดอกปีละ 1 ครั้ง การรดน้ำไม่ต้องรดให้มากแค่รดน้ำพอเปียกเพราะแกรมมาโตไม่ชอบน้ำ หากรดน้ำมากไปจะทำให้เกิดโรคตามมาได้ ควรแขวนให้รากอยู่สูงจากพื้นอย่างน้อย 1 เมตร แสงแดดที่เหมาะสมคือแขวนไว้ที่โดนแสงแดดเต็มๆ เพราะแกรมมาโตชอบแดด ในระยะที่เป็นต้นเล็ก เครื่องปลูกที่ใช้คือ กาบมะพร้าวมัดตุ้ม แต่หากรากปกคลุมกระถางหมดแล้ว ก็ได้เวลาที่จะขยายขนาดของกระถางให้ใส่กระถางใหญ่ซ้อนไปเลย ไม่ต้องถอดกระถางเก่าออก ดังนั้นกล้วยไม้ที่สวยของไทยนั้นปลูกและดูแลไม่ยาก ที่สำคัญมีดอกที่สวยและหอม ออกดอกนานเป็นเดือนอีกด้วย เพียงแค่รดน้ำทุกวันไม่เว้นแต่ลละวันแต่ไม่ต้องรดมากจนแฉะ เพราะกล้วยไม้แกรมมาโตไม่ชอบน้ำมาก แต่ก็ไม่ควรขาดน้ำ

กระชายคืออะไร

กระชายเป็นไม่ล้มลุก มีเหง้าอยู่ใต้ดินและจะแตกรากออกไปเป็น กระจุกๆ มีสีน้ำตาลเป็นลักษณะยาวเรียวจะป่องตรงกลาง อวบน้ำ ใบมีสีเขียวจะแทงขึ้นมาจากเหง้าเป็นใบเดี่ยวลักษณะเรียว รี เรียงสลับกัน ดอกมีสีขาวหรือชมพูอ่อนจะออกเป็นช่อๆอยู่บริเวณโคนต้น บ้างก็ถูกเรียกว่า ว่านพระอาทิตย์ กะแอน กระชายดำ ขิงทราย เป็นต้น

กระชายกับริมฝีปากอมชมพู

กระชายจะช่วยบำรุงให้ผิวปากดูมีสุขภาพดี ไม่แตกลอก เนียนนุ่มชุมชื้นมีสีชมพู อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับริมฝีปาก มีวิธีง่ายๆโดย ใช้รากกระชายล้างให้สะอาด นำมาเผาไฟ จากนั้นตำให้ระเอียดผสมลงไปในน้ำปูนใส รับประทานครั้งละ 3 ช้อนโต๊ะทุกวัน

กระชายกับการรักษาโรค

1. แก้ท้องผูก และรักษาริดสีดวงทวาร โดยใช้กระชายต้มกับน้ำมะขาวเปียกใส่เกลือเล็กน้อย รับประทานก่อนนอน
2. บำรุงกำลัง แก้อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โดยการใช้รากกระชายตำละเอียดแล้วคั้นเอาแต่น้ำผสมกับน้ำผึ้ง รับประทานก่อนอาหารเย็นทุกวัน
3. บำรุงหัวใจ กระตุ้นการทำงานของหัวใจ โดยใช้รากแก่ๆ ปอกเปลือก นำไปตากให้แห้งบดให้ละเอียด เวลาจะรับประทานก็นำมาละลายน้ำร้อนดื่ม
4. บรรเทาอาการโรคกระเพาะ รับประทานกระชายสด ขนาดเท่านั้วก้อย ก้อนอาหาร 15 นาที เป็นเวลาประมาณ 2 สัปดาห์
5. รักษาแผลในปาก โดยปั่นกระชาย 2 แง่ง กับน้ำสะอาด เติมเกลือครึ่งช้อนชา จากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบาง นำน้ำที่ได้มากลั่วปาก วันละ 3 เวลาจนกว่าแผลจะหาย

  1. สูตรหน้าเด้ง – การที่มีผิวหน้าเด้งเต่งตึงกระชับนั้นคงจะเป็นที่หมายปองของสาวๆเป็นอย่างมากเลยใช่มั้ยล่ะคะ สูตรพอกหน้าของเราก็ไม่มีอะไรมากเพียงแค่นำผลแอพริคอต ซึ่สามารถหาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไปมาล้างให้สะอาดนำเอาเมล็ดด้านในออก ปั่นให้ละเอียดผสมน้ำผึ้งเล็กน้อย นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วค่อยล้าง
  2. สูตรผิวสุขภาพดี – ในสูตรการพอกหน้าเพื่อผิวสุขภาพดีนั้น จะเป็นการให้สารอาหารที่เข้าไปกระตุ้นเซลล์ผิว ทำให้ผิวหน้ามีสุขภาพดีและเปล่งปลั่ง เราจะเริ่มจากนำใบยอมา 1 ใบบดผสมน้ำผึ้งเละโยเกิร์ตรสผลไม้ บดทุกอย่างให้เข้ากันและนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาที ก่อนล้างออกก็ให้นวดๆคลึงๆสักเล็กน้อยเพื่อเป็นการกระตุ้นผิวหน้าไปในตัว
  3. สูตรลดความกร้านของผิวหน้า – การที่มีใบหน้าที่หยาบกร้าน เป็นอะไรที่ไม่น่าสัมผัสเอาเสียเลยงั้นเรามาพอกหน้าแก้ปัญหาความหยาบกร้านกันดีกว่า โดยการนำมะเขือสุกมาบดผสมกับโยเกิร์ตประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันจากนั้นนำมาพอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก ทำแบบนี้ทุกๆสัปดาห์ผิวหน้าของคุณก็จะนุ่มชุ่มชื่นขึ้น
  4. สูตรขัดหน้าขาว – สูตนี้ก็ไม่มีอะไรมากค่ะ เป็นสูตรขัดหน้าที่ทำง่ายมากๆ ช่วยในเรื่องของการผลัดเซลล์ผิว ลดความหมองคล้ำ สิวอุดตันต่างๆ โดยการนำโยเกริต์มา 1 ถ้วย ใส่เกลือป่นลงไป 1 ช้อนโต๊ะ จากนั้นก็ทำการนวดๆขัดๆถูๆ วนๆ บนใบหน้าอย่างเบามือ แล้วทิ้งไว้สัก 5 นาทีจึงขัดใหม่อีกครั้งหนึ่งแล้วล้างออก แค่นี้หน้าของคุณก็จะดูเนียนละเอียด สะอาดขึ้น